Posted on Leave a comment

สารอาหารไฟโตสเตอรอลในน้ำมันรำข้าวไรซ์เบอรี่

#สารไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) คืออะไร เรามาดูกันค่ะ

สารอาหารไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) คือ สารพฤกษเคมี ที่คล้ายๆ คอเลสเตอรอลนั่นเอง แต่เป็นสารที่มีประโยชน์

 

ไฟโตสเตอรอล มักจะพบในธัญพืช เช่น ถั่ว น้ำมันพืช (#น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันงา) งา #จมูกข้าว #รำข้าว ไข่แดง ตับ กุ้ง ปู เป็นต้น

เหล่านี้คือ กลุ่มของอาหารที่พบว่ามี สารไฟโตสเตอรอลสูงหรือเรียกว่าเข้มข้นก็ว่าได้

โดยเฉพาะในน้ำมันรำข้าว #น้ำมันจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่นั้น ค่าความข้นนี่เยอะมากสุดในตลาดสินค้าเดียวกัน และกลุ่มของน้ำมันพืชต่างๆ เป็นต้น

ไฟโตสเตอรอล (Phytosterols)
แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
1.สเตอรอล(Sterol)
2.สตานอล(Stanols)

ซึ่งสารกลุ่มแรกนี้จะมีความใกล้เคียงกับคอเลสเตอรอล ซึ่งขณะที่สารกลุ่มหลัง เป็นชนิดที่มีผลดีต่อสุขภาพหากนำมาบริโภค

ทั้งนี้เพราะ stanol นั้นสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้

งั้นเรามาดูประโยชน์ของไฟโตสเตอรอล
ต่อค่ะ

หลักประโยชน์คือ ลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว(LDL Cholesterol)
ซึ่งก่อให้เกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดได้

นอกจากไฟโตสเตอรอลจะมีประวัติการใช้มาอย่างยาวนานแล้ว ซึ่งจากการทดลองในการใช้งานต่างๆ ยังไม่ปรากฏผลข้างเคียง

จึงมีหน่วยงานด้านความปลอดภัยรับรองความปลอดภัยของไฟโตสเตอรอล แต่อาจจะมีผลต่อการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน (Vitamin A,D,E,K)

รวมถึงกลุ่มแคโรทีน จึงควรรับประทานอาหารและผลไม้ที่อุดมไปด้วยแคโรทีนและวิตามินที่ละลายในไขมันเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นกำลังเสริมเข้าสู่ร่างกายก็จะดียิ่งขึ้นนะคะ

สำหรับกลุ่มผู้ป่วย ที่ต้องรับประทานยาลดไขมันในเลือดนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรับประทานไฟโตสเตอรอลนะคะ และอย่าลืมควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายเพื่อให้การควบคุมระดับไขมันในเลือดได้ดียิ่งขึ้นคะ

เพราะการนำสารไฟโตสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย ต้องบอกว่ามีผลกับสุขภาพของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน

เพราะร่างกายคนเรานั้นมีระบบที่ดูดซึมอาหารเสริมหรือสารอาหารแตกต่างกันออกไป

แต่สำหรับท่านที่ต้องการลดคอเลสเตอรอลภายในร่างกาย ขอบอกเลยว่าไฟโตสเตอรอลช่วยคุณได้

เพราะสารไฟโตสเตอรอลเป็นสารที่สามารถค้นพบได้มากในพืชต่างๆ เช่น รำข้าว จมูกข้าว ไข่แดง

สั่งซื้อสินค้า
ทักinbox
m.me/riceberryoil.patty

Posted on Leave a comment

Stroke 1 ในโรค NCDs ภัยเงียบมาไม่ทันตั้งตัว

น้ำมันรำข้าวไรซ์เบอรี่ สกัดภายใน 24 ชั่วโมง ทำไมต้อง 24 ชั่วโมง

(จากการศึกษาวิจัยค้นคว้าพบว่า สาร Gamma Oryzanol ในรำข้าวและจมูกข้าวนั้น จะสลายตัวไปจากการขัดสีข้าวแล้วเกิน 24 ชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องใช้รำข้าวสดที่เก็บไว้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง)

อีกทั้งน้ำมันรำข้าวไรซ์เบอรี่ยังมันสร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์จึงเป็นที่ยอมรับและส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น

จึงมั่นใจได้ว่าปราศจากสารตกค้าง ผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐาน ระดับ World Class ได้การรับรองมาตรฐานการผลิต GMP มาตรฐานระบบการผลิตอาหารปลอดภัย และ HACCP รวมถึงมาตรฐานอาหารฮาลาล (HALAL)

ขึ้นทะเบียนรับรองจากองค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (อย.) เลขที่11-1-10249-1-0365

แพทจึงลองไปศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไรซ์เบอรี่

พบว่าภาวะอุดตันของไขมันในเส้นเลือด หากเกิดขึ้น ในสมองก่อให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ หากหลอดเลือดในร่างกายไหลเวียนไม่ดี ส่งผ่านออกซิเจนได้น้อยลง เปรียบเสมือนร่างกายเรานั้นขาดอากาศหายใจ

จึงทำให้เกิดความเสื่อมของอวัยวะทั้งระบบ เช่น ตับ ไต หัวใจ สมอง ฯลฯ

ซึ่งทางการแพทย์ยังไม่พบตัวยาที่สามารถสลายไขมันอุดตันได้

หากแต่มีงานวิจัยจาก4 สถาบันระดับประเทศ พบสาร Gamma-Oryanol ในรำข้าว และจมูกข้าว ซึ่งช่วยลดภาวะตีบตันลงได้

ทำให้หลอดเลือดขยายกว้างขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดภาวะไหลเวียนเลือดดี อวัยวะร่างกายทั้งระบบกลับฟื้นตัวทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

และในอดีตเราพบว่าคนไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและมะเร็งต่ำมาก

ทำให้ชาวตะวันตกเขาจึงศึกษาวิจัยและค้นคว้าจนพบสาร Gamma-Oryanol ในรำข้าว และจมูกข้าว ซึ่งมีประโยชน์มหาศาลในการบำบัดภาวะการเสื่อมของหลอดเลือดและโรคต่างๆ ในปัจจุบันเรียกว่าโรคNCDs

จากงานวิจัย สาร Gamma-Oryanol จะสลายตัวไปหากผ่านการขัดสีเกิน 24ชั่วโมง

โดยที่เราทราบว่าน้ำมันรําข้าวไรซ์เบอรี่ คัดสรรรำข้าวสดที่เก็บไว้ไม่เกิน 24ชั่วโมงเท่านั้น และข้าวที่นำมาผลิตก็คือ ข้าวไรซ์เบอรี่ของไทยนั่นเอง

ทั้งนี้สารอาหารในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้ว ยังพบสารอาหารเพิ่มเติมในข้าวอีกหลายชนิด ทั้งยังช่วยให้การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บได้

1. มีสาร Gamma-Orzanol ช่วยลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

2. ลดไขมันที่สะสมอยู่ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ไม่อ้วน

3. ลดความดันโลหิตและลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ยับยั้งโรคเบาหวานได้ผลดี

4. กรดไขมันไลโนลินิค (Linolenic acid) หรือโอเมก้า 3,6,9 บำรุงสมอง ป้องกันภาวะเสื่อมของสมอง อันเป็นสาเหตุของโรคความจำเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต

5. กรดไขมันไลโนเลอิค (Linoleic acid) หรือโอเมก้า 6ช่วยให้ผิวหนังสดใสมีน้ำมีนวล และช่วยระบบสืบพันธุ์ให้ทำงานเป็นปกติ ทำให้ประจำเดือนมาปกติ

6. ช่วยในเรื่องการบำบัดอาการผิดปกติของชาย-หญิง วัยเจริญพันธุ์ ให้ผลดีในการรักษาผู้มีบุตรยาก และสตรีวัยทอง

7. มีวิตามินอีในรูปของโทโคเฟอรอล (Tocopherol) และโทโคไทรอี-นอล (Tocotrienol) ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ สำหรับโรคภูมิแพ้จะบำบัดได้ผลดีมาก

8. สารเซราไมด์ (Ceramide) ช่วยบำรุงผิวพรรณให้นุ่มนวลอ่อนเยาว์ ลบเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น ด่างดำ ฝ้าและกระ ค่อยๆจางลง

9. ลดภาวะท้องผูก ช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวารและมะเร็งลำไส้ใหญ่

10. มีสารเมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยให้นอนหลับสบาย ช่วยลดอาการเครียด

11. สารอาหารต่าง ๆ

– วิตามินเอ ( บำรุงสายตา ) , บีรวม ( บำรุงเส้นประสาท รักษาปากเปื่อย ปากนกกระจอก ร้อนใน) , เบต้าแคโรทีน ( บำรุงสายตาและสมอง ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น) , สารไฟโตสเตอรอล (ลดคอเรสเตอรอลและไตรกรีเซอไรด์ ลดอาการอักเสบ ลดอาการบวม และช่วยสลายลิ่มเลือด ในผู้ที่ป่วยเป็นไขข้ออักเสบ เก๊าท์ จะช่วยได้มาก) , แคลเซียม ( บำรุงกระดูก ) , เหล็ก ( บำรุงเลือด ) , เซเลเนียม (สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อ HIV สารตัวนี้จะช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้เป็นอย่างดี)

วิธีรับประทาน

– ป้องกัน, ฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย และช่วยให้ร่างกายแข็งแรง บำรุงผิวพรรณ รับประทาน 2-4 แคปซูล/วัน

– เจ็บป่วย เนื้องอก มะเร็ง (Tumor, Cancer): 6แคปซูล/วัน

คำเตือน

1.น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไรซ์เบอรี่ เป็นอาหารเสริม ไม่ใช่ยาไม่มีฤทธิ์ในการรักษาโรคใดๆทั้งสิ้น ไร้สารเคมี

2.ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละบุคคลและผลลัพธ์ดังกล่าวอาจไม่เกิดขึ้นกับแต่ละบุคคล

สั่งซื้อทัก
m.me/riceberryoil.patty
T.099-0564294

Posted on Leave a comment

ภัยเงียบซ่อนในความอร่อย

ทุกคนคงไม่มีใครปฏิเสธไม่รู้จักอาหารฟาดฟู้ดส์ สุดความอร่อย สะดวกง่าย แต่รู้หรือไม่ว่าบางอย่างที่เราได้นำเข้าสู่ร่างกายเรานั้น หนึ่งในความอร่อยแต่ซ่อนภัยร้ายนั่นคือ “ไขมันทรานส์” วันนี้เรามาทำความรู้จักกันค่ะ

ไขมันทรานส์ มีส่วนประกอบหลักนั้นก็คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีส่วนประกอบจำพวกทรานส์ (trans) แหล่งของไขมันประเภทนี้ คือ สามารถพบได้ในปริมาณน้อยตามธรรมชาติในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ อาทิเช่น เนื้อสัตว์และนมสัตว์จะผลิตไขมันทรานส์ในกระเพาะอาหารและก็ลำไส้ นอกจากนั้นไขมันทรานส์ยังได้จากการสังเคราะห์ระหว่างกรรมวิธีการผลิตอาหาร

โดยมีสาเหตุจากกรรมวิธีเติมไฮโดรเจน (hydrogenation) เข้าไปในน้ำมันพืชทำให้น้ำมันพืชแข็งตัวมากยิ่งขึ้น PHOs ใช้โดยผู้ผลิตอาหารเพื่อยืดอายุอาหาร แล้วก็เพิ่มความคงตัวของรสชาติ และ PHOs ยังมีราคาถูก ด้วยเหตุนี้จึงมีอาหารหลากหลายประเภทใช้ PHOs (ไขมันทรานส์) เป็นองค์ประกอบเช่น เนยขาว (shortenings) มาการีน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาการีนที่แข็งมากขึ้น) คุกกี้ ของว่าง (snack foods) อาหารทอด และขนมอบ

ไขมันทรานส์เสมือนไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลทำให้ระดับ LDL สูงมากขึ้นในเลือดทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ แต่ว่าไขมันทรานส์เพิ่มความร้ายกาจเป็นสองเท่าเพราะว่ายังลดระดับ HDL (คอเลสเตอรอลประเภทดีต่อร่างกาย) ในเลือดอีกด้วย

ทำให้เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจมากขึ้น ไขมันที่ดีต่อร่างกายหัวใจนอกจากไขมันไม่อิ่มตัว อาทิเช่น ไขมันโอเมก้า 3 (omega-3 fat) ซึ่งมีส่วนประกอบหลักเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ไขมันชนิดนี้สามารถช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด สามารถพบไขมันประเภทนี้ได้ในปลา (แซลมอน แมกเคอเรล แฮร์ริ่ง ซาร์ดีน ทูน่าประเภทครีบยาว(albacore tuna) แล้วก็เรนโบว์เทราต์) เต้าหู้และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง วอลนัท flaxseed และน้ำมัน flaxseed น้ำมันคาโนลา น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ 

ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีระดับไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ และคอเลสเตอรอลต่ำเพื่อรักษาสุขภาพหัวใจ อย่าลืมว่าโรคหัวใจเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในคนทั่วทั้งโลกเหมือนกับคนดังของไทยหลายๆคน ที่ต้องเสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว เพราะโรคหัวใจนั้น เมื่อเป็นแล้วจะมีพันธมิตรมากมายมาพร้อมๆกันค่ะ